ปัญหาบ้านที่มากับหน้าฝน ตอนที่ 2 ดาดฟ้า และระเบียงบ้านรั่วซึม
By vLIVING PRO20 กุมภาพันธ์ 2561 12:02:56

การรั่วซึมของดาดฟ้าและระเบียงบ้าน เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุด้วยกัน  สิ่งแรกที่ควรทำ คือ หาจุดรั่วซึมที่แท้จริงให้เจอ เนื่องจากแต่ละจุดมีวิธีการซ่อมแซมที่แตกต่างกัน ดังนี้

 

 

 

  1.ดาดฟ้าและระเบียงตากแดด ฝนมาเป็นเวลานาน ทำให้พื้นคอนกรีตเสื่อมสภาพ น้ำจึงซึมผ่านได้ง่าย

  2.พื้นผิวมีความลาดชันน้อย ทำให้น้ำระบายได้ไม่ดี จึงเกิดน้ำท่วมขัง

  3.พื้นบนดาดฟ้าแอ่นเป็นบ่อ อาจเกิดจากการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน จึงทำให้เกิดแอ่งน้ำขึ้นบนดาดฟ้า เช่น การผสมปูนผิดสัดส่วน หรือการเทคอนกรีตพื้นที่ไม่ได้ระดับ เป็นต้น จึงทำให้เกิดน้ำขัง

  4.พื้นมีรอยร้าว รอยแตกลายงา หรือแตกตามแนวคาน สาเหตุอาจเกิดจากไม่ได้เสริมเหล็กตามแนวคาน ก่อนเทคอนกรีต ดังนั้นจึงควรใส่เหล็กเสริมไว้ตั้งแต่ทำการก่อสร้างครั้งแรก ก่อนที่จะเทคอนกรีตไม่ควรปล่อยให้เกิดปัญหาแล้วถึงจะทำ

  5.ขนาดของท่อน้ำทิ้งเล็กเกินไป จึงทำให้ท่อน้ำอุดตัน หรือจำนวนของท่อน้ำทิ้งไม่พอต่อการระบายน้ำ

 

 

 

วิธีแก้ไขปัญหาดาดฟ้าและระเบียงบ้านรั่วซึม มีดังนี้

 

  

 

1.สกัดปูนทรายของเดิมตรงบริเวณที่เป็นแอ่งน้ำออก จากนั้นทาระบบกันซึม แล้วเทปูนทรายปรับระดับพื้นใหม่

2. ใช้ฝาตะแกรงน้ำทิ้งแบบ Roof Drain ซึ่งมีฝาตะแกรงยกสูงจากพื้น เพื่อช่วยป้องกันการอุดตันที่ปากท่อน้ำทิ้ง ขนาดทั่วไปที่ใช้งานกันคือ ต่อกับท่อ 2 - 3 นิ้ว และควรติดตั้งท่อน้ำทิ้งอย่างน้อย 1 จุด ต่อพื้นที่ 30 – 40 ตารางเมตร

3. อาจเลือกใช้ฟลิ้นโค้ททาบริเวณรอยแตกร้าว แล้วใส่น้ำขังทิ้งไว้ เพื่อหารอยรั่วซึม ถ้ารอยแตกมีขนาดใหญ่ และกว้าง ควรทาซีเมนต์กันซึมด้วย

4. การปูกระเบื้องเซรามิคทับบนผิวพื้น ซึ่งสามารถกันการรั่วซึมได้ดี รวมทั้งสามารถทนแดด และฝนได้ดีกว่าปูนซีเมนต์ทั่วไป แต่ควรระวังเรื่องยาแนวหลุดร่อนตามรอยต่อของกระเบื้อง ดังนั้นจึงควรใช้ยาแนวที่มีคุณภาพดี และหมั่นดูแลซ่อมแซมกำจัดสิ่งสกปรกอย่างสม่ำเสมอด้วย

  

ผู้อ่านทุกท่าน คงทราบถึงสาเหตุ การป้องกัน และการแก้ไขปัญหาดาดฟ้า และระเบียงรั่วซึมกันไปแล้ว ต่อจากนี้ไปเมื่อเข้าสู่ช่วงหน้าฝน ก็ไม่ต้องหนักใจกับปัญหาจุกจิกกวนใจ เหล่านี้อีกต่อไปแล้วหล่ะค่ะ

 

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest
vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  •                 การจัดพื้นที่บ้านให้เหมาะสมกับทิศทางของแดดและลม เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก ที่เราไม่สามารถมองข้างได้ จึงควรทำความเข้าใจในเรื่องทิศทางแดดและลม ตามแต่ละฤดูกาลของบ้านเราอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยทำให้ให้บ้านไม่ร้อน มืดทึบ หรือมีกลิ่นเหม็นอับ ในตอนกลางวัน

     

      

                    แสงแดดในยามเช้า จะวิ่งจากทิศตะวันออก แล้วอ้อมโค้งไปทางทิศใต้ ก่อนจะตกลงในทิศตะวันตก ทำให้ทิศใต้ไปจนถึงทิศตะวันตก จะได้รับแสงแดดมากที่สุด คือ ตั้งแต่หลังเที่ยงวันไปจนถึงเวลา 5 โมงเย็น ดังนั้นจึงควรใช้ทิศทางนี้ในการทำกิจกรรมต่างๆที่ต้องการแสงแดด เช่น ใช้ตากผ้า หรือปลูกต้นไม้ที่ต้องการแสงแดด เป็นต้น

     

     

    ทางทิศตะวันออกจะได้รับแสงอ่อนๆในตอนเช้า และแดดจะแรงจัดในช่วงเวลา 10 โมงเช้าถึงเที่ยงวัน

     

     

    ทางทิศเหนือจะได้รับแสงแดดน้อยที่สุด เหมาะกับห้องที่ต้องการแสงน้อย เช่น ห้องนอน และห้องรับแขก เป็นต้น

     

     

    ตำแหน่งของบ้านที่ลมสามารถวิ่งผ่านได้ดี คือ ต้องอยู่ในแนวผ่านของลมประจำฤดู ดังนี้

     

     

    หน้าหนาว ลมจะพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้

     

     

     

    หน้าร้อน และหน้าฝน ลมจะพัดจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ ไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

     

     

    ขนาดของช่องลมเข้า – ออกที่ดีที่เหมาะสำหรับบ้าน คือ

     

    ช่องลมเข้า ควรมีขนาดเล็กกว่า หรือเท่ากับช่องลมออก

     

     

     

    ถ้าช่องลมเข้ามีขนาดใหญ่กว่า แล้วช่องลมออกมีขนาดเล็กกว่า หรือไม่มีช่องลมออกเลย

    จะทำให้อากาศถ่ายเทได้ไม่สะดวก และควรหันด้านที่ยาวที่สุดของตัวบ้านเข้าหาทิศทางของลม เพื่อให้ลมธรรมชาติสามารถพัดเข้าในตัวบ้านได้ เป็นการช่วยระบายความร้อนออกจากตัวบ้านให้ได้มากที่สุด ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายาจากการเปิดใช้เครื่องปรับอากาศได้อีกด้วย

     

           เมื่อทราบถึงทิศทางของแสงแดด และสายลมแล้ว  ก็จะช่วยให้เราสามารถปรับเปลี่ยน แก้ไขบ้านได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้บ้านมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก มีทั้งลมเข้า ลมออก และบ้านของเราจะเป็นบ้านที่เย็นสบายตลอดทั้งปี                                                   

  • เทคนิคง่ายๆในการฉาบปูนเพื่อความแข็งแรงให้กับบ้านของเรา จะต้องทำอย่างไรบ้างมาดูกันได้เลยค่ะ

     

     

     

     

     

     

  • สร้างบ้านอย่างไรให้ไม่มีปัญหากับผู้รับเหมา ผู้รับเหมากับเจ้าของบ้านเปรียบเสมือนลิ้นกับฟัน

    ในการทำงานร่วมกัน อาจมีบ้างที่ความคิดเห็นไม่ตรงกัน วันนี้เรามีเทคนิค แนะนำ ทำงานอย่างไรให้สองฝ่ายราบรื่น วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน 

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  • การตกแต่งกระถางต้นไม้ในบ้าน ไม่ว่าจะใช้กระถางใหญ่ หรือกระถางเล็ก ก็สามารถเติมความสดชื่นและทำให้ห้องน่าอยู่ได้เช่นกัน วันนี้เรามีไอเดีย DIY กระถางต้นไม้สุดน่ารัก ด้วยวิธีที่ไม่ยุ่งยาก ทำเองได้ เป็นวัสดุที่หาง่าย ราคาประหยัด สามารถนำมาตกแต่งสีสันให้กับบ้านและสวนของเราได้ ทำให้ต้นไม้ดูโดดเด่นขึ้นมาทันที ว่าแล้วก็ลองไปชมไอเดียเหล่านั้นกันเลยดีกว่าค่ะ 

     

    1. แต่งกระถางต้นไม้สุดสวยจากลายผ้า

    เลือกลวดลายผ้าแพทเทิร์นสวยๆ ตามใจชอบ แล้วตัดผ้าให้ได้ขนาดตามกระถางที่จะใช้ แล้วเว้นส่วนของผ้าด้านบนให้สามารถพับเป็นขอบกระถางได้ จากนั้นทากาวลงบนกระถางให้ทั่ว แล้วนำผ้าที่ตัดไว้มาพันรอบกระถาง ทิ้งให้กาวแห้ง เท่านี้ก็จะได้กระถางต้นไม้่สวยหวานจากลายผ้าแล้วค่ะ

     

    2. แต่งแต้มกระถางด้วยสีสันสวยงาม

    เพียงแค่เอาสีมาแต่งแต้มสีสัน หรือลวดลายตามใจชอบลงบนกระถางที่ต้องการใช้ปลูกต้นไม้ ให้เกิดความสวยงาม สดชื่นมากขึ้น

     

    3. แต่งกระถางด้วยกระเบื้องโมเสค

    เอากระเบื้องโมเสค แผ่นซีดี หรืออื่นๆ มาแต่งแต้มลวดลายให้กับกระถาง ตามแต่ที่ใครจะจินตนาการเลยค่ะ มันก็จะออกมาดูเป็นแบบแนวอาร์ตๆ ชิคๆ สวยๆ ไปอีกแบบเหมือนกันนะคะ 

     

    4. แต่งกระถางด้วยผ้าลายลูกไม้

    หากใครมีผ้าลูกไม้สวยๆ แสนหวานเก็บอยู่ในตู้ แล้วไม่เคยได้หยิบมาใช้ ลองนำมาตกแต่งกระถางต้นไม้ของคุณดูก็ได้นะคะ เพียงแค่ติดผ้าลูกไม้ลงบนกระถางต้นไม้ เพิ่มความวินเทจให้กับบ้านแบบง่ายๆ แถมยังสวยดีอีกด้วยนะคะ

     

    5. แต่งกระถางด้วยการหยดสี

    เพียงแค่นำสีมีหยดลงในถังที่มีน้ำเปล่าเตรียมไว้ จะหยดกี่สีก็ได้ตามใจต้องการะ แล้วนำกระถางที่เตรียมไว้จุ่มลงในถังที่เราหยดสีไว้ หรือเทสีลงบนกระถางเลยก็ได้ค่ะ เป็นการสร้างลายให้กระถางแบบง่ายๆ และมีสีสันสดใส สวยงาม 

     

    การสร้างสรรค์ให้กระถางธรรมดา เป็นกระถางต้นไม้ที่สวยงาม น่ารัก สีสันสดใส ก็ทำให้บ้านเรามีชีวิตชีวา สดชื่นได้ และมีของสวยๆ มาประดับบ้าน แถมยังเป็นกิจกรรมยามว่างสำหรับครอบครัวในช่วงวันหยุดอีกด้วยค่ะ