6 วิธีเช็คฝ้าและหลังคาด้วยตาเปล่า
By vLIVING PRO18 มกราคม 2568 04:09:10

6 วิธีเช็ฝ้าหลังคาง่ายๆ ได้ด้วยตาเปล่า วันนี้เรามีเคล็ดลับในการเช็คหลังคา มาฝากกัน จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกัน

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • ถ้าตามขอบมุมต่างๆของตัวบ้านไม่เป็นระยะตั้งฉาก อาจจะทำให้บ้าน หรือตามขอบประตูหน้าต่างไม่ได้ระดับที่ดีพอ อาจส่งผล กระทบต่างๆตามมาในภายหลังได้ การจับเซี้ยมจึงมีส่วนสำคัญที่จะทำให้ขอบมุมต่างๆของบ้านได้ระดับที่ดี ขั้นตอนเป็นอย่างไรบ้างมาดูกันค่ะ

     

     

     

    จับเซี้ยม หมายถึง การทำให้ขอบหรือมุมต่างๆ ของตัวบ้านเป็นระยะตั้งฉาก ก่อนที่จะฉาบปูน เช่น ขอบประตู-หน้าต่าง มุมเสา มุมห้อง เป็นต้น โดยช่างจะปาดปูนที่ชนกันเข้ากับมุมทั้ง 2 ด้าน ตลอดแนวความสูงหรือความยาว ให้ได้ระดับที่พอดี หรือมีอีกวิธีหนึ่ง คือ ใช้เซี้ยมสำเร็จรูป ที่ทำมาจากเหล็ก หรือพลาสติกวางลงบนปูนที่ปาดไว้ จากนั้นปาดปูนทับทั้ง 2 ด้านของผนังอีกที ให้ความหนาปูนเสมอกับแนวสันของเซี้ยมสำเร็จรูป ซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่ง่ายและทำได้รวดเร็ว

     

     

     

     

              ดังนั้น การจับเซี้ยม จึงถือว่าเป็นขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญสำหรับการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน เพื่อให้ได้บ้านที่มีระยะตั้งฉาก และได้ระดับที่พอดี 

     

  • วัสดุแผ่นที่ใช้ในบ้าน ยังมีอีกชนิดหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปคือ “ซีเมนต์บอร์ด” ทั้งแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ และแผ่นไม้อัดซีเมนต์ ซึ่งต่างก็เป็นวัสดุประเภท “ซีเมนต์บอร์ด” ทั้งคู่ แต่คุณสมบัติจะแตกต่างกันออกไป ส่วนจะต่างกันอย่างไร และมีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้างมาดูกันค่ะ 

     

     

     

     

      

     

    จากข้อมูลทั้งหมดนี้ เพื่อนๆ คงจะเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ กับแผ่นไม้อัดซีเมนต์ มากขึ้นแล้วนะคะ และเราหวังว่าทุกคนจะนำความรู้เหล่านี้ไปเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม เพราะวัสดุทั้ง 2 ชนิดนี้มีความน่าสนใจมากสำหรับการนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของบ้านค่ะ

  • การปูกระเบื้อง เป็นองค์ประกอบหนึ่งของบ้าน ทั้งภายนอกและภายในบ้าน รวมถึงกระเบื้องจะมีอายุการใช้งานยาวนานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการใส่ใจในงานปูกระเบื้องด้วย จึงควรปูกระเบื้องให้ถูกวิธี เพื่อจะได้ไม่เกิดผลกระทบเสียหายได้ ในระยะยาว

     

    การปูกระเบื้องที่ถูกวิธี มีขั้นตอนดังนี้

    ควรใช้ปูนกาวในการปูกระเบื้อง เพราะปูนกาวมีสารที่ช่วยป้องกันการดูดน้ำ ไม่ให้กระเบื้องดูดน้ำออกจากปูนทราย ช่วยให้กระเบื้องไม่แข็งเร็วเท่าที่ควรจะเป็นก่อนที่จะเซ็ทตัว

     

    ควรผสมปูนกาวกับน้ำในปริมาณที่พอดีและเข้ากันทุกส่วน ไม่ข้นหรือเหลวจนเกินไป ทิ้งไว้ 3-4 นาทีก่อนใช้งาน กาวซีเมนต์ที่ผสมแล้วสามารถใช้งานได้ไม่เกิน 3-4 ชั่วโมง (ดูฉลากข้างถุงปูน) แล้วใช้เกรียงหวีปาดปูนกาวให้ทั่วบริเวณที่ต้องการปู 

     

    ถ้าเป็นกระเบื้องแผ่นใหญ่ ขนาดใหญ่กว่า 10x10 นิ้ว ควรปาดปูนกาวให้เต็มด้านหลังของแผ่นด้วย แล้ววางกระเบื้องลงตรงจุดที่ต้องการปู จากนั้นใช้ค้อนเคาะ เพื่อช่วยปรับให้ได้ระดับเดียวกัน และควรใช้ spacer หรือวัสดุที่ใช้สำหรับเว้นช่องไฟ เพื่อให้ได้ช่องที่เท่ากัน และเพื่อความสวยงาม

     

    เมื่อปูกระเบื้องเสร็จแล้วควรทิ้งไว้อย่างน้อย 1 วัน เพื่อให้ปูนกาวเซ็ตตัว แล้วจึงค่อยทำการยาแนวให้เต็มร่อย เสร็จแล้วทิ้งไว้อีก 7 วัน จึงจะสามารถใช้งานในบริเวณนั้นๆได้ เพื่อให้ซีเมนต์ที่ใช้ยาแนวแข็งได้ตัวเต็มที่ และทำให้ปูนกาวยึดเกาะกระเบื้องได้เต็มแผ่น ไม่เกิดปัญหากระเบื้องแตก หรือน้ำซึมผ่านเข้าไปในกระเบื้อง รวมทั้งช่วยลดปัญหาการเกิดคราบขาวบริเวณผิวกระเบื้องด้วย

     

    หากทราบวิธีการปูกระเบื้องที่ถูกต้องแล้ว จะช่วยให้ลดปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ และถ้าเห็นว่าช่างปูกระเบื้องไม่ถูก เราสามารถบอกให้ช่างแก้ไขปูใหม่ได้

  • วันนี้ขอแนะนำเครื่องมือก่อสร้างชนิดหนึ่ง ที่ใช้ในการปูกระเบื้อง ซึงเป็นเครื่องมือสำคัญ และขาดไม่ได้สำหรับช่างปูกระเบื้อง นั่นคือ “เกรียงหวี” จะเป็นยังไงมาดูกันเลยค่ะ

     

     

     

     

     

     

    การใช้เกรียงหวีปาดปูนกาวที่ผิวกระเบื้องมีความสำคัญมาก และช่วยให้กระเบื้องติดทนทาน ไม่ลอกร่อนได้ง่ายๆ ด้วยนะคะ ดังนั้น เพื่อนๆ อย่าลืมให้ความสำคัญในการใช้เกรียงหวีสำหรับงานปูกระเบื้องทุกครั้งด้วยค่ะ

  • สำหรับคนที่กำลังสงสัย คิดไม่ตกว่า บ้านควรจะหันไปทางทิศไหนถึงจะดี เพื่อให้เหมาะกับผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านนั้นๆ  วันนี้เรามี ฮวงจุ้ยเกี่ยวกับทิศทางที่ดีของบ้าน มาฝากค่ะ

     

    1. บ้านที่หันหน้าไปทางทิศเหนือ

     

     

    ประตูบ้านควรอยู่ตรงกลาง ห้องนอน และห้องครัวควรอยู่บริเวณด้านหลังของบ้าน ตำแหน่งประธาน จะอยู่ตรงกลางของบ้าน และตรงกลางของหลังบ้าน ดังนั้น ห้องน้ำจึงไม่ควรอยู่บริเวณตรงกลางบ้าน หรือตรงกลางของหลังบ้าน เพราะอาจทำให้เจ้าของบ้านมีปัญหาเรื่องงานได้ หรือหากต้องการจัดสวน ก็ไม่ควรตกแต่งด้วยน้ำพุหรือบ่อปลา

     

     

    1. บ้านที่หันหน้าไปทางทิศใต้

     

     

     

    ตามหลักฮวงจุ้ยถือว่าเป็นทิศที่ดี เพราะกระแสลมพัดเอาพลังงานที่ดี ที่เป็นมงคลเข้าบ้าน ยกเว้นคนที่เกิดปีมะเมีย เพราะทิศทางชนกันทำให้อยู่แล้วไม่ราบรื่น ประตูบ้านควรอยู่ตรงกลาง หรือทางซ้ายของตัวบ้าน หน้าบ้านไม่ควรมีน้ำพุ หรือบ่อปลา ถ้าต้องการให้มีบ่อปลา ควรอยู่ทางซ้ายของตัวบ้าน ส่วนห้องนอน ควรอยู่หน้าบ้านจะดีที่สุด

     

     

    1. บ้านที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก

     

     

     

    ประตูบ้าน ควรตั้งอยู่ทางซ้าย จะช่วยทำให้บ้านร่มเย็น ห้องนอนควรอยู่ด้านหลังของบ้าน จะอยู่ทางด้านซ้ายหรือขวาก็ได้ ส่วนห้องครัว ต้องอยู่หลังบ้านทางด้านขวามือ

     

     

    1. บ้านที่หันหน้าไปทางทิศตะวันตก

     

     

    บริเวณหน้าบ้านต้องมีน้ำถึงจะดี และควรปลูกต้นไม้เพื่อให้ความร่มรื่น

     

     

    หลังจากที่ได้ทราบถึงทิศทางที่ดีของบ้าน ทั้ง 4 ทิศไปแล้ว หวังว่าจะเป็นประโยชน์ เพื่อให้ทุกคนได้สามารถนำไปปรับใช้กับบ้านอันเป็นรักของตัวเอง และเหมาะกับทุกคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดีค่ะ

     

    ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest