เคล็ดลับการทำความสะอาดมุ้งลวดให้สะอาดปิ๊ง!!
By vLIVING PRO21 กุมภาพันธ์ 2561 10:58:20

มุ้งลวด เป็นอุปกรณ์ด่านแรกๆที่ช่วยป้องกันสิ่งสกปรก และสิ่งไม่พึงประสงค์ต่างๆเข้ามาภายในบ้าน เช่น ยุง แมลง หรือฝุ่นละออง จึงทำให้บริเวณมุ้งลวดมักจะมีคราบสกปรกเกาะอยู่มากมายจากลมที่พัดเข้ามาในบ้าน แล้วอาจนำพาฝุ่นละอองติดมาด้วย ดังนั้นเราจึงควรหมั่นทำความสะอาดมุ่งลวดอยู่เสมอและไม่ควรละเลย เพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยได้ ดังนั้นวันนี้เรามีเคล็ดลับการทำความสะอาดมุ้งลวดอย่างง่ายดาย และถูกต้องมาฝากค่ะ

 

 

 

 

บ้านใครที่มีมุ้งลวดดำ สกปรก หยากไย่ขึ้น หรือมีฝุ่นละอองเกาะอยู่เต็มไปหมด ลองใช้วิธีที่ได้แนะนำไปในบทความข้างบนนี้ดูนะคะ เป็นวิธีที่ง่ายๆ เพื่อนๆ สามารถทำเองได้สบายเลยค่ะ

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
กำจัดสัตว์ภาค2
vLIVING PRO
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • 7 สิ่งสุดยี้ที่คาดไม่ถึงที่อยู่ในครัว เป็นสิ่งใกล้ตัวที่เราคาดไม่ถึง จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกัน

     

    1.ไมโครเวฟ

    เห็นไมโครเวฟเป็นสิ่งที่มีความร้อนบางคนอาจจะคิดว่ามันสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ แต่แบคทีเรียที่เกิดจากการที่เราได้อุ่นอาหาร แล้วมีคราบที่กระเด็นไป ก็สามารถให้มันเจริญเติบโตได้หากทำความสะอาด ไม่เพียงพอ จะกลายเป็นที่สะสมของเชื้อโรคได้ หากมีคราบเปื้อนให้เช็ดทำความสะอาดทันที และหาอาหารปิดภาชนะทุกครั้ง

     

    2.เคาน์เตอร์ครัว

    เป็นสิ่งที่เราต้องใช้วางสิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถุงอาหาร กล่องข้าว หรือวัตถุดิบต่างๆ ของพวกนี้จะมีเชื้อโรคติดมาเสมอ เช่นแบคทีเรียที่สามารถอาจทำให้เกิดการท้องเสียได้ ควรรักษาความสะอาดให้มากที่สุด

     

     

    3.ถังขยะในครัว

    ถังขยะเป็นแหล่งสะสมโรคชนิดดีเยี่ยมเพราะว่าสารพัดขยะ ที่เราได้ทิ้งลงไป บางทีเราไม่ได้เก็บไปทิ้งภายในวันเดียวอาจทำให้เกิดการหมักหมมของเชื้อโรค และการส่งกลิ่นเหม็น หากเราปล่อยไว้ ไม่เก็บทิ้งก็อาจจะเกิดการสะสมเชื้อโรค หนูอาจจะมีสัตว์ที่เราไม่พึงประสงค์เข้ามาไม่รู้ตัว ควรมีฝาปิดและทิ้งทุกวัน

     

    4.เขียง

    เขียงที่เราได้ทำการหั่นอาหารลงไปนั้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือของแห้ง หากล้างไม่สะอาดก้จะทำให้เกิดการสะสมเชื้อโรคชั้นดี ยิ่งเป็นเขียงไม้ ยิ่งจะเป็นการสะสมเข้าไปอีก เพราะจะซึมเข้าเนื้อไม้ สกปรกเข้าไปอีก

     

    5.บริเวณรอบอ่างล้างจานหรือซิ้งค์น้ำ

    อ่างล้างจานเป็นส่วนที่สัมผัสน้ำมาตลอด เพราะทั้งการล้างจาน  หรือการวางของที่โดนน้ำตลอด หากทำความสะอาดไม่ดีพอ หรือว่าปล่อยให้มีน้ำขัง สิ่งสกปรกจะไปสะสมเข้าทุกวัน

     

     

    6.ผ้าเช็ดจานและฟองน้ำล้างจาน

    เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียที่ดี เพราะเราล้างจานหรือเช็ดจานก็จะโดนน้ำตลอด ควรนำผ้าเช็ดจานไปซักทำความสะอาดและใช้ฟองน้ำไปเข้าไมโครเวฟเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียบ้าง บางคนอาจไม่เคยซักนานอาจทำให้สกปรกได้

     

     

    7.ช่องแช่แข็ง

    การเก็บเนื้อสัตว์ไว้ในตู้แช่แข็ง หากอุณหภูมิไม่ดีพอหรือเหมาะสมควร ต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส เพราะหากเก็บไว้อุณหภูมิที่สูงกว่านี้จะทำให้แบคทีเรียเติบโตไว  นานเข้าควรละลายน้ำแข็งเช็ดทำความสะอาดเป็นประจำ

     

     

     

     

     

  • ทำความสะอาดเป็นสิ่งที่น่าเบื่อมากก...วันนี้ผมมีเทคนิคเล็กๆมาฝากเพื่อนๆเพื่อให้การทำความสะอาดง่ายขึ้นครับ

  • "สลัดดอก"  ศัพท์เทคนิคทางการก่อสร้าง ที่คนทั่วไปเมื่อได้ยินได้ฟังแล้วคงจะต้องงวยงงกันน่าดู ว่าหมายถึงอะไร ดังนั้นวันนี้เรามีความหมายของคำว่า "สลัดดอก" มาฝากเพื่อนๆ ค่ะ

     

     

      

     

     

     

    จากบทความนี้ เพื่อนๆ คงได้รู้ความหมายของคำว่า "สลัดดอก" กันไปแล้วนะคะ รวมถึงขั้นตอนการทำที่ถูกต้องด้วย และที่สำคัญคือทุกๆ ขั้นตอนของการก่อสร้างมีความสำคัญไม่ควรละเลยนะคะ

  • กำจัดสัตว์ภาค2
    By vLIVING PRO20/03/2561

    กลับมาอีกครั้งกับเทคนิคกำจัดสัตว์ภาค2

    ผมมีวิธีง่ายๆในการกำจัดมาฝากเพื่อนๆนะครับ

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  •  

    อ่างล้างจาน เป็นส่วนประกอบหนึ่งที่สำคัญสำหรับห้องครัว ช่วยให้เราล้างสิ่งของต่างๆ ให้สะอาดพร้อมใช้งานอยู่เสมอ รวมถึงควรติดตั้งถังดักไขมันต่อจากท่อน้ำทิ้งอ่างล้างจานด้วย

     

    หากคราบไขมัน เศษอาหาร หรือสิ่งสกปรกสะสมนานๆ ทำให้เกิดคราบแข็งอุดตัน ระบายน้ำไม่ได้  ดังนั้น จึงมี 3 จุด ที่ควรตรวจสอบแก้ไข คือ

    1) ตะแกรงดักเศษอาหาร หากมีเศษอาหารอยู่ในตะแกรง ควรนำไปทิ้ง แล้วทำความสะอาดให้เรียบร้อย

     

    2) กระปุกท่อน้ำ ใช้สำหรับขังน้ำ เพื่อช่วยป้องกันกลิ่นเหม็น มี 2 แบบ คือ 

    แบบ Bottle Trap

     

    P –Trap

     

    หากเกิดการอุดตันของกระปุกท่อน้ำ สามารถแก้ไขได้โดยหมุนเกลียว แล้วถอดออก เททิ้งคราบไขมันและสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ในท่อ แล้วล้างทำความสะอาดคราบที่ติดอยู่ในกระปุกท่อออกให้หมด

     

    3) บ่อดักไขมัน (Grease Trap) ใช้สำหรับดัก และแยกชั้นไขมัน ไม่ให้ไหลลงไปอุดตันในท่อระบายน้ำ มี 2 แบบ คือ


    แบบฝังดิน               แบบตั้งพื้น

    ควรเลือกประเภท ให้เหมาะกับพื้นที่ และปริมาณการใช้งาน และควรตักไขมันที่ลอยอยู่บนผิวน้ำออก อย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อให้น้ำระบายได้ดี และไม่มีกลิ่นเหม็น

     

    วิธีการแก้ปัญหาท่อน้ำทิ้งอ่างล้างจานอุดตัน

    อาจใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ทำได้เอง เพื่อช่วยขจัดสิ่งอุดตันในท่อระบายน้ำ ดังนี้

    • น้ำมะนาว 1 ถ้วยตวง ผสมกับเบคกิ้งโซดา 1 ถ้วยตวง

     

     

    • น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วยตวง ผสมกับเบคกิ้งโซดา 1/2 ถ้วยตวง

     

     

    • เกลือ 1/4 ถ้วยตวง ผสมกับบอแรกซ์ 1/4 ถ้วยตวง และน้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วยตวง

      

    น้ำส้มสายชู : ควรใช้น้ำส้มสายชูกลั่นขาว หรือน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ล จะได้ผลดียิ่งขึ้น

     

    ขั้นตอนการทำความสะอาด

    1) เทน้ำยาที่ผสมไว้ลงในท่อระบายน้ำ

    2) ใช้จุกก๊อกปิดช่องระบายน้ำ หรือใช้ผ้าชุบน้ำร้อนมาปิด  ทิ้งไว้ 30 นาที เพื่อให้น้ำยาสลายสิ่งอุดตัน ทิ้งไว้ 30 นาที เพื่อให้น้ำยาสลายสิ่งอุดตัน

    3) ใช้ที่ดูดท่อขนาดพอเหมาะกับอ่างล้างจาน โดยการเทน้ำลงในอ่างล้างจาน เพื่อช่วยเพิ่มแรงดัน ทำให้ดันสิ่งอุดตันออกได้ดี

    4) ใช้เหล็ก หรือไม้แขวนเสื้อ ดัด งอ ส่วนปลายให้เป็นตะขอ สำหรับเกี่ยวสิ่งสกปรกขึ้นมา

    5) งูเหล็ก มีหลายขนาด และหลายแบบ ใช้หย่อนลงไปในท่อระบายน้ำ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในท่อ โดยหมุนด้ามจับ (หมุนเป็นวงกลมไปเรื่อยๆ) เพื่อให้สิ่งที่อุดตันในท่อหลุดออก และเพื่อให้สิ่งสกปรกเกาะมากับงูเหล็ก เมื่อดึงขึ้น ควรใช้งูเหล็กอย่างระมัดระวัง

    6) ล้างท่อระบายน้ำด้วยน้ำร้อน ใช้น้ำร้อนประมาณ 6 ถ้วยตวง เทลงไปที่ท่อระบายน้ำของอ่างล้างจาน ถ้าน้ำยังระบายได้ไม่ดี ควรทำซ้ำ จนกว่าน้ำในท่อจะระบายได้ดี

     

    ควรติดตั้งอุปกรณ์แต่ละส่วนอย่างถูกวิธี มีมาตรฐาน เดินระบบท่อที่ดี มีองศาความลาดเอียงที่เหมาะสม เพื่อให้น้ำสามารถระบายได้ดีด้วย และการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ใช้งานได้อย่างดี ลดปัญหาการอุดตัน 

    เมื่อได้ลองทำการแก้ไขทุกอย่างทุกขั้นตอนแล้ว หากยังใช้งานได้ไม่ดีหรือติดขัด อุกตันอยู่ แนะนำให้เรียกช่างที่เชี่ยวชาญ มีความชำนาญเข้ามาซ่อมแซมแก้ไข