พัดลมระบายอากาศ 4 ประเภท
By vLIVING PRO05 พฤษภาคม 2565 04:47:52
พัดลมระบายอากาศ มีกี่ประเภท
การใช้งานแตกต่างกันอย่างไร
พัดลมดูดอากาศ ช่วยระบายอากาศภายในบ้านได้ดีเช่นกัน
โดยข้อดีของการติดตั้งพัดลม มีดังนี้
.
1. ช่วยเพิ่มออกซิเจน และมีอากาศหมุนเวียนภายในบริเวณบ้าน
2. ช่วยลดความชื้น และลดปัญหาบ้านร้อนอบอ้าว
3. ช่วยลดปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในบ้าน
4. ช่วยปัญหาการกระจายของเชื้อโรค และแบคทีเรีย
.
พัดลมระบายอากาศมีความจำเป็นอย่างไร ?
คำตอบก็คือมีส่วนช่วยให้ภายในบ้านมีอากาศถ่ายเทสะดวก
ลดปัญหาบ้านร้อน และลดปัญหากลิ่นอับได้ในบ้านได้ดี
โดยพัดลมระบายอากาศมี 4 ประเภท ดังนี้
.
1. พัดลมระบายอากาศสำหรับติดผนัง :
ตำแหน่งที่มักใช้ติดตั้ง เช่น ผนังห้องน้ำ
ดูดอากาศออกไปภายนอกบ้าน
.
2. พัดลมระบายอากาศสำหรับติดกระจก :
ใช้ระบายอากาศ ออกนอกห้อง มักใช้กรณี
ผนังห้องบริเวณที่จะติดตั้งพัดลมระบายอากาศเป็นกระจก
(โดยมากจะผลิตมาเป็นทรงกลม)
.
3. พัดลมระบายอากาศสำหรับฝังฝ้า ไม่ต่อท่อระบายอากาศ :
ใช้ติดตั้งบนฝ้า ในกรณีที่ฝ้า มีรูระบายออกสู่ภายนอก
.
4. พัดลมระบายอากาศแบบต่อท่อฝังฝ้า :
เหมาะสำหรับ กรณีที่เหนือฝ้า มีพื้นที่จำกัด น้อยมาก
ถ้าใช้พัดลมฝังฝ้า แบบไม่ต่อท่อ อาจจะทำให้ดูดลมไม่ออก
มีการอั้นของลมได้ ในการต่อท่อ จะต้องเดินท่อลม
ก่อนการปิดฝ้าเพดาน ทางปลายทางจะต้องมีการโผล่ปลายออกสู่ภายนอกอาคาร
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • "ขี้เกลือปูน" ใช่ว่าจะขึ้นได้แต่คราบเสื้อผ้าที่ขึ้นขี้เกลือได้

    ปูนก็มีขี้เกลือกับเค้าเหมือนกัน แล้วสาเหตุที่ขี้เกลือปูนเกิดจากอะไรมาดูกัน

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  •  

    หยุดยาวแบบนี้ หลายๆคนคงจะมีแพลนเตรียมตัวไปเที่ยว ต่างจังหวัดกันและต้องทิ้งบ้านไปหลายๆวัน 

    คราวนี้จะทำยังไงหากจะต้องทิ้งบ้านไป เรามาเช็คหัวข้อกันตามนี้ดีกว่าว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

     

    1.หาที่รับเลี้ยงสัตว์

    หากบ้านไหนมีน้องหมา น้องแมว แต่ไม่สะดวก ที่จะพาไปด้วย ควรจะหาที่รับฝากเลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นคนรู้จัก

    หรือว่าเป็นสถานรับเลี้ยงชั่วคราว อย่างน้อยก็จะได้มีคนดูแล หมา แมวที่เรารัก ไม่ใ้ห้อยู่เพียงลำพัง

     

    2.ชำระรายจ่ายให้เรียบร้อย

    ตรวจสอบค่าบริการต่างๆไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบัตรเครดิต เพื่อไม่ให้มีปัญหา

     

    3.ทิ้งกุญแจสำรองไว้กับคนที่ไว้ใจได้

    การทิ้งบ้านไว้นานหลายๆวัน บางทีอาจจะต้องมีคนเข้าไปดูเผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา

    จะได้มีคนเข้ามาดูแลได้ทันเวลา

     

     

    4.ทิ้งขยะให้เรียบร้อย

    ขยะในบ้าน หากไม่เก็บไปทิ้งให้เรียบร้อยจะทำให้บ้านมีกลิ่นเน่าเหม็น อาจทำให้พวกแมลงสาปหรือหนู

    หรือสัตว์ชนิดอื่นเข้ามาในบ้านเราได้ ทางที่ดีควรจัดเก็บขยะทิ้งให้เรียบร้อยจะดีกว่า

     

    5.รดน้ำต้นไม้ให้เรียบร้อย

    บ้านใครที่ปลูกต้นไม้ไว้เยอะๆแล้วไม่ได้อยู่หลายๆวัน  ต้นไม้บางชนิดอาจจะต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ 

    ควรดูแล แล้วรดน้ำต้นไม้ให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้ต้นไม้ เหี่ยวเฉาหรือตายได้

     

     

    6.ล็อคประตูบ้านให้เรียบร้อย

    สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการล็อคประตูบ้านให้เรียบร้อย แน่นหนา ควรตรวจสอบประตู และหน้าต่างทุกบาน 

    ตรวจเช็คดู ว่ามีมุมไหน จุดไหน ที่เรายังไม่ได้ล็อคไหม 

     

    7.ปิดไฟถอดปลั๊กที่ไม่ใช้ออก

    ตรวจสอบดูให้ทั่วบ้านว่า สวิตซ์ไฟหรือปลั๊กไฟที่ไม่ใช้ มีเสียบไว้หรือเปล่า ควรปิดให้หมด

    เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรได้

    8.ตรวจสอบเรื่องน้ำ

    เช็คดูว่าน้ำในจุดต่างๆ เช่นตามท่อ จุดที่ใช้น้ำ หรือ ก็อกน้ำต่างๆ ตรวจดูว่า มีจุดไหนที่ชำรุด เสียหาย 

    หรือว่ามีหยดน้ำไหลมั้ย ควรเช็คดูให้เรียบร้อยก่อนออกจากบ้าน

     

    9.ตัดระบบไฟให้เรียบร้อย

    ตัดไฟที่ไม่ใช้เพื่อเป็นการป้องกันการลัดวงจรของไฟฟ้า หากมีไฟที่ต้องใช้งานเช่นตู้เย็นก็เปิดทิ้งไว้ได้

     

     

    10.เก็บเสื้อผ้าที่ตากไว้ให้เรียบร้อย

    เสื้อผ้าที่ซักแล้วควรเก็บพับให้เรียบร้อยหากตากไว้อาจทำให้ผ้ามีปัญหาหรืออาจเกิดเปียกฝน หรือปลิวไปได้

     

     

     

    11.เคลียร์ตู้เย็นให้เรียบร้อย

    อาหารในตู้เย็นที่ใกล้หมดอายุให้รีบนำออกมาทำ หรือ แจกจ่ายให้หมด หากปล่อยไว้ อาจจะทำให้ตู้เย็นมีกลิ่นเน่าเสียทั้งตู้เย็น อาจทำให้ต้องทำความสะอาดใหม่ทั้งหมด

     

    การจะไปไหนหลายๆวันหากจำเป็นจะต้องทิ้งบ้านไว้ ควรจะฝากบ้านไว้กับตำรวจ เพื่อความปลอดภัย ในการเข้ามาตรวจบ้านเรา ให้ห่างไกลจากโจรนะครับ

     

  • เสาเข็มมีหลากหลายประเภทแต่ละหน้างานก็ไม่เหมือนกัน

    วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องเสาเเข็มตอก แล้วมันสามารถใช้ทำอะไรได้บ้างในงานก่อสร้างมาดูกันเลย

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  •           รอยร้าวในบ้าน ถือเป็นเรื่องที่เจ้าของบ้านเวลาเห็นไม่ว่าจะเป็นรอยเล็ก หรือรอยใหญ่ ก็ทำให้ไม่สบายใจทั้งนั้น  แต่รอยร้าวที่พบเจอกับบ้านนั้น แทบจะทุกบ้านเรือนก็มีด้วยกันทั้งสิ้น มีทั้งรอยร้าวที่เป็นอันตราย และไม่เป็นอันตราย มาตรวจเช็คกันดีกว่าว่า บ้านของเราที่เกิดรอยร้าวขึ้นมา จะทำให้บ้านเราทรุด พัง ถล่มมั้ย มาดูกัน

     

     

    1.รอยร้าวตามมุมขอบหน้าต่างและประตู

    ส่วนมากจะเป็นกับประตูและหน้าต่างไม้ เพราะเป็นวัสดุที่มีความยืดหดตัวเมื่ออุณหภูมิและความชื้นมีความเปลี่ยนแปลง ทำให้ปูนที่ฉาบไว้เกิดรอยร้าวได้ แต่ไม่เป็นอันตรายมาก

     

    2.ผนังแตกลายงา

    เกิดจากการผสมปูนฉาบที่ไม่ได้คุณภาพ หรือผนังที่ก่อไว้เกิดการหดตัวจากอุณหภูมิจึงทำให้ปูนฉาบเกิดเป็นรอยไม่อันตรายไม่มีผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้าง

     

    3.รอยร้าวที่รอยต่อระหว่างผนังกับเสาและคาน

    เกิดจากเวลาก่อสร้างไม่ได้ทำการเสียบเหล็กหนวดกุ้ง เพื่อทำการยึดเกาะผนังกับเสา หรืออาจจะเสียบเหล็กหนวดกุ้งไม่แน่นพอ ทำให้เกิดรอยร้าว

    4.รอยแตกลายงาที่พื้น

    เกิดกับพื้นที่ไม่ได้ปูวัสดุปิดผิวเช่น คอนกรีตขัดมันเป็นต้น เกิดจากการที่คอนกรีตมีความหนามากเกินไป ทำให้เกิดรอยแตกลายงาได้ แต่ไม่ทำให้เกิดอันตราย การแก้ไขควรปูวัสดุปิดผิวทับไปเช่นปูกระเบื้องยาง

    5.รอยร้าวแนวดิ่งบนผนัง

    เป็นรอยร้าวที่พื้นแอ่นตัวและคานรับน้ำหนักมากเกินไป หากเกิดรอยร้าวประเภทนี้ ให้เช็คดูว่ามีของที่มีน้ำหนักมากอยู่ตรงนั้นไหม หากมีให้ทำการย้ายไปทันทีเพื่อช่วยลดน้ำหนักตรงนั้น

     

    6.รอยร้าวที่มีสนิมเหล็กเสริมใต้พื้น

    เกิดจากพื้นดาดฟ้ามีน้ำขังจนทำให้ซึมเข้ามาที่เหล็กภายในพื้นคอนกรีต ทำให้เกิดสนิม  ขยายตัวทำให้คอนกรีตที่หุ้มเหล็กร่วงออกมาทำให้พื้นไม่สามารถรับน้ำหนักมากๆได้

     

    7.รอยร้าวทแยงมุมบนผนัง

    สาเหตุมาจากฐานรากมีการทรุดตัว โครงสร้างบ้านไม่แข็งแรง ควรรีบให้วิศวกรมาดูโดยด่วนเพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้

     

    8.รอยร้าวใต้ท้องพื้นรูปกากบาทบริเวณกลางพื้น

    สาเหตุมาจากพื้นด้านบนได้รับน้ำหนักมากจนเกินไปที่จะรับน้ำหนักได้ ควรย้ายของหนักออกจากพื้นที่และใช้วิศวกรเข้ามาตรวจสอบ

     

     

    9.รอยร้าวตามขอบและคานพื้น

    เกิดจากขณะก่อสร้างไม่ได้วางเหล็กเสริมตามแนวขอบคาน ทำให้พื้นคอนกรีตขยับตัวได้ เกิดรอยแตกร้าวพื้นตามแนวขอบคาน

         หลังจากทำการสำรวจรอยแตกร้าวที่เกิดขึ้นแล้ว หากเป็นรอยร้าวที่อันตรายควรรีบปรึกษาวิศวกร โครงสร้างเพื่อทำแก้ปัญหาและวิธีแก้ไขโดยด่วนนะครับ

  • สำหรับพลาสติกที่ใช้คลุมพื้นก่อนเทคอนกรีตทับ เพื่อป้องกันความชื้น จะเป็นประเภท PVC ก็ได้ สามารถหาซื้อตามร้านขายวัสดุก่อสร้างทั่วไป ให้เลือกความหนาที่พอประมาณ

         ไม่ต้องหนามาก แต่มีความหนาเพียงพอที่เดินเหยียบขณะเทปูนแล้ว แผ่นพลาสติกไม่ฉีกขาด เสียหาย เพราะ ภายหลังจากการเทคอนกรีตทับหน้าไปแล้ว  แผ่นพลาสติกจะวางคลุมอยู่เฉยๆ วันนี้เรามีเทคนิคว่าควรจะปูพลาสติกตอนไหนมาฝากกัน