











ระดับความสูงของฝ้าเพดานถือว่ามีความสำคัญมากกับผู้อยู่อาศัย แล้วควรมีความสูงเท่าไหร่ถึงจะดี? แล้วถ้าฝ้าเพดานที่บ้านของเราต่ำ หรือเตี้ยเกินไป ต้องแก้ไขยังไงกันดีนะ?










ระดับความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน เป็นอีกเรื่องควรใส่ใจนะคะ เพราะถ้าหากทำไปแล้วเกิดการผิดพลาด การแก้ไขจะทำได้ยุ่งยาก รวมทั้งสินเปลืองเงินทอง และเวลาอีกด้วย
หน้าฝนแบบนี้ หากมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างบ้าน หรือทำงานก่อสร้างจริงๆ
จะต้องระวังอะไรบ้าง เรามีข้อควรระวังในการสร้างบ้านหน้าฝนมาฝากกันค่ะ






















ปัญหาที่พบเจอกันบ่อยเกี่ยวกับเรื่องบ้านคงนี้ไม่พ้นเกี่ยวกับเรื่อง แตก ร้าว ทรุด
วันนี้เรามาดูกันดีกว่า 10 ปัญหาหลัก ที่พบเจอกันบ่อยๆมีอะไรบ้าง

1.พื้นทรุดตัว
มักจะเกิดกับพื้นที่ถมแล้วเทพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยไม่มีการตอกเข็ม ดังนั้นหากดินที่ถมไปยุบตัว ก็ทำให้คอนกรีตยุบตัวลงไปด้วย

2.ผนังแตกร้าว
รอยแตกร้าวของผนังที่เจอบ่อยคือการแตกแบบลายงา หรือแตกแบบแมงมุม
-การแตกแบบลายงาเกิดจากการที่ฉาบปูนฉาบไม่ได้มาตรฐาน
-การแตกร้าวแบบแมงมุมตามวงกบริมเสาเกิดจากไม่ได้มีการหล่อเสาเอ็นหรือทับหลังหรือการเสียบเหล็กหนวดกุ้งเพื่อยึดผนังกับเสา
- แตกจากโครงสร้าง ทรุดตัว เช่น คาน เสา ผนัง แตกลายงา กับแตกแบบแมงมุม กับแตกจากโครงสร้างทรุดตัว

3.ส่วนต่อเติมทรุดตัว
เกิดจากเสาเข็มมีความยาวน้อยกว่าตัวบ้านเดิม ส่วนต่อเติมเสาเข็มควรมีความยาเท่ากันหรือยาวกว่า 2 เมตร เพื่อให้ทรุดตัวใกล้เคียงกัน

4.คอนกรีตเสริมเหล็กผุ
เกิดจากการใช้เหล็กที่เป็นสนิมมาใช้หรือพื้นด้านบนมีน้ำขังเป็นระยะเวลานาน

5.บ้านร้อน
ปัญหาบ้านร้อน มักจะเกิดที่ชั้นบนสุดของอาคารเนื่องจากหลังคารับความร้อนจากดวงอาทิตย์ และส่งผ่านความร้อนลงมาด้านล่างสามารถแก้ไขได้
1.โดยติดฉนวนกันความร้อน
2.ปรับเปลี่ยนทิศทางลมเพื่อช่วยระบายความร้อนภายในบ้านให้ออกไป
3.ออกแบบให้เพิ่มพื้นที่กักเก็บ ความร้อนใต้หลังคาและยังช่วยระบายความร้อนที่ชายหลังคา

6.ฝ้าเพดานพัง
เกิดจากโครงคร่าวที่ใช้แขวนฝ้าเพดานผุกร่อนจนทำให้ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ปัญหาหลักอาจมาจากการรั่วซึมของน้ำและความชื้นที่เข้ามา

7.น้ำรั่วซึม
เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยเกิดจากการที่อาจจะใช้ท่อหรือว่ากาวที่ไม่ได้คุณภาพ หรือข้อต่อของท่อเกิดการขยับคลายตัว

8.สีลอกร่อน
เกิดจากสีที่ใช้เป็นฟิล์มถูกความชื้นบ่อยเข้าเช่นจากการโดนน้ำฝนหรือน้ำรั่วซึมจากท่อภายนอกผนัง การแก้ไขคือขัดลอกสีเก่าออกแล้วทาสีใหม่ทับอีกครั้ง

9.ผนังชื้นขึ้นรา
เกิดจากการถูกความชื้นเป็นเวลานาน ทำให้เกิดคราบเชื้อราได้

ม่าน นอกจากจะเป็นอุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่งในการช่วยตกแต่งบ้านให้ดูมีความสวยงามมากขึ้น มีระดับ และแสดงถึงรสนิยมของเจ้าของบ้านแล้ว ม่านยังมีประโยชน์อีกมากมายหลายอย่าง ที่เราอาจนึกไม่ถึง หรือมองข้างไป รวมทั้งการเลือกใช้ผ้าม่านแต่ละประเภทให้ถูกต้องเหมาะสมกับบ้าน และการใช้งานด้วย
ประโยชน์ของผ้าม่าน
ประเภทของม่าน
1. ม่านจีบ มีลักษณะเป็นจีบด้านบน เว้นระยะห่างเท่าๆกัน สามารถติดได้ 2 ชั้น คือ ม่านโปร่ง และม่านทึบ และสามารถเข้าได้กับการตกแต่งบ้านทุกสไตล์ เช่น บ้านสไตล์โมเดิร์น หรือวินเทจ เป็นต้น เพียงแค่ต้องเลือกเนื้อผ้า สี และลายให้เหมาะสมกับสไตล์ของบ้านนั้นๆ
2. ม่านพับ เวลาดึงม่านขึ้น ม่านจะพับเป็นชั้นซ้อนทับกัน ม่านพับจะมีความแข็งแรง ประหยัดพื้นที่ และทำความสะอาดง่าย สามารถถอดซักได้
3. ม่านม้วน มีลักษณะเป็นแกนม้วนสปริงอยู่ด้านบน ป้องกันความร้อนและแสงแดดได้ดี ใช้งานง่าย สะดวก ปรับความสูงได้ตามต้องการ รวมทั้งทำความสะอาดง่ายไม่เก็บฝุ่น และใช้พื้นที่ในการติดตั้งน้อย
4. ม่านคอกระเช้า เหมาะกับการตกแต่งบ้านในสไตล์ร่วมสมัย เช่น สไตลืวินเทจ เป็นต้น ควรเลือกผ้าม่านที่มีสีโทน เดียวกันกับราวม่าน และมีลวดลายไม่มากนัก

5. ม่านตาไก่ มีลักษณะเป็นลอน เรียบง่าย และใช้ได้ทุกยุคสมัย ไม่ตกยุค ติดตั้งง่าย น้ำหนักเบา
6. ม่านหลุยส์ เน้นความหรูหรา ประณีต มีระดับ แต่ม่านหลุยส์มีข้อเสีย คือ ดูแลรักษายาก และเก็บฝุ่น

7. มู่ลี่ แข็งแรง ทำความสะอาดได้ง่าย ไม่เก็บฝุ่น สามารถปรับแสงได้ตามต้องการ มี 3 ประเภทหลักๆ คือ

8. ม่านปรับแสง สามารถปรับแสงได้ 180 องศา ส่วนใหญ่ทำมาจากวัสดุสังเคราะห์ กรองแสงได้ดี มี 2 แบบ คือ

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความจะมีส่วนช่วยให้หลายๆคนที่กำลังเลือกซื้อม่าน ได้ตัดสินใจซื้อได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และไม่ว่าจะเลือกซื้อม่านแบบไหน หรือชนิดใดก็ตาม สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณา คือ ประโยชน์ใช้สอย และแบบของผ้าม่านที่เข้ากันสไตล์การแต่บ้านของเราด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของเจ้าของบ้านเป็นหลัก
ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest
ข้อกำหนด
ทดสอบ :O)
123 ถนนอยู่สุข เขตอยู่สุข กรุงเทพฯ 10000
02-123-4567
support@vlivingpro.com
แก้ไขความคิดเห็น