ก่อนถมดินต้องรู้อะไรบ้าง
By vLIVING PRO25 พฤศจิกายน 2567 09:44:01

การที่จะถมดิน มีอะไรบ้างที่ควรรู้บ้าง! จะถมดินในพื้นที่ทั้งทีสิ่งที่ควรรู้ก่อนการถม เพื่อไม่ให้เป็นการสูญเปล่า จะมีอะไรบ้างนั้น วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน

 

การถมดิน เป็นการทำให้บ้านสูงหรือเท่ากว่าถนน มาดูกันดีกว่า ว่าก่อนจะถมดินได้ต้องรู้อะไรบ้าง

1.ต้องถมดินไหม

บ้านโดยทั่วไปควรจะอยู่สูงกว่าพื้นถนนไว้ก่อน โดยทั่วไปถนนสาธารณะ จะมีการถมดินหนีน้ำหลายๆปีต้องมีการทำถนนหากบ้านเราสูง กว่าถนนนิดเดียว ในอนาคตอาจจะต่ำกว่าถนนได้

 

2.ถมดินสูงเท่าไหร่ดี

1.ดูทุนทรัพย์ในการถมแค่ไหนยิ่งพื้นที่ใหญ่กว่าค่าถมยิ่งแพง

2.ดูพื้นที่เพื่อนบ้านหากสูงกว่ามากอาจจะดูไม่เหมาะ

 

3.เผื่อดินไว้สำหรับการยุบตัว

ในการถมดินแต่ละครั้ง เมื่อเวลาผ่านไปดินจะมีการยุบตัวเสมอ ดังนั้นเราควรถมดินให้สูงกว่าระดับที่ต้องการเล็กน้อย เช่น ถ้าต้องการถมดิน 80 cm อาจจะต้องถมดินไว้สูงที่ระดับ 100 cm

 

 

4.เลือกถมดินเดือนไหนดี

จะถมดินช่วงไหนก็ได้แต่ให้ดีควรเลือกหน้าฝนเพราะน้ำฝนจะเป็นตัวช่วยให้ดินที่ยุบตัวและแน่น

 

 

5.ใช้ดินประเภทไหนดี

หากปลูกบ้านสร้างอาคารควรใช้ดินลูกรัง , หากต้องการทำเกษตรแนะนำให้ใช้ดินดำจะดีกว่า

 

6.ซื้อดินเป็นคันรถหรือเหมาจ่ายดีกว่ากัน

หากมีเวลามีคนเฝ้าก็สามารถเอาแบบเป็นคันรถได้ ตกลงกันให้แน่นนอน หากไม่มีคนเฝ้าแนะนำให้เอาแบบเหมาจะดีกว่า ตกลงราคากันให้เรียบร้อยว่าเท่าไหร่ยังไงเพราะหลังจากการถมแล้วต้องมีการบดอัดดินเพื่อให้แน่นอีกครั้ง

 

7.ตรวจเช็คเพื่อนบ้าน

การถมดินจะมีผลทั้งเรื่องเสียง ฝุ่น ความสกปรก เพราะอาจเกิดความไม่สะดวกให้กับเพื่อนระแวกข้างๆบ้านอาจจะต้องมีการแจ้งเพื่อนบ้านเพื่อทำความเข้าใจ

 

 

 

8.เซ็นสัญญาทุกครั้งก่อนทำการว่าจ้าง

ก่อนจะทำการว่าจ้าง ทำสัญญาให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันการทิ้งงานหรือได้ของไม่ตรงตามที่ตกลงกันไว้

 

 

 

9.แบ่งจ่ายเป็นงวด

ควรจ่ายเป็นงวดๆเพื่อป้องกันไมให้เกิดการล่าช้าและทิ้งงาน ไม่เป็นไปตามที่ตกลงไว้

 

 

10.ถมดินแล้วรอนานไหมกว่าจะสร้างบ้านได้

หากเป็นการถมดินแล้วการปลูกบ้านต้องมีการลงเข็มและน้ำหนักของตัวบ้านทั้งหมดจะไปอยู่ที่เข็ม ดังนั้น ในทางปฎิบัติ การถมดินแล้วสร้างเลยไม่ทำให้ปัญหาบ้านทรุด แต่ดิน อาจมีการยุบตัว เกิดเป็นโพรงใต้บ้าน ดังนั้นตอนก่อสร้างควรหาวิธีที่จะปิดช่องว่างที่จะเกิดได้ เพื่อป้องกันสัตว์เลื้อยคาน

 

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • จะเลือกโครงหลังคากันสาดแบบไหน ให้เหมาะกับการใช้งานของบ้าน แต่ละวัสดุมีข้อแตกต่างกันขนาดไหนมาดูกัน

    โครงหลังคาไม้จริง 

    มีความสวยงามของไม้ สวยงาม คงทน แต่ไม้บางชนิดจะมีราคาสูง

     

     

     

    โครงหลังคากันสาดเหล็กรูปพรรณ

    เป็นที่นิยม เพราะมีราคาถูก ติดตั้งง่ายได้หลายรูปแบบ แต่หากเหล็กชุบไม่ดีก็สามารถทำให้เกินสนิมได้

     

     

    โครงหลังคากันสาดไม้เทียม

    ลักษณะเหมือนไม้จริง  สวยงาม เทียบได้และมีความแข็งแรง แต่ราคาอาจสูงนิดหน่อย

     

     

    โครงหลังคาสแตนเลส

    วัสดุทำมาจากสแตนเลสนิยมทำแบบโชว์ตัวหลังคา เพราะมีความสวยงาม ของตัวสแตนเลสไม่เป็นสนิม แต่ราคาสูงพอสมควร ควรเลือกเกรดที่ได้มาตรฐานไม่ทำให้เกิดสนิม

     

     

  • การตกแต่งกระถางต้นไม้ในบ้าน ไม่ว่าจะใช้กระถางใหญ่ หรือกระถางเล็ก ก็สามารถเติมความสดชื่นและทำให้ห้องน่าอยู่ได้เช่นกัน วันนี้เรามีไอเดีย DIY กระถางต้นไม้สุดน่ารัก ด้วยวิธีที่ไม่ยุ่งยาก ทำเองได้ เป็นวัสดุที่หาง่าย ราคาประหยัด สามารถนำมาตกแต่งสีสันให้กับบ้านและสวนของเราได้ ทำให้ต้นไม้ดูโดดเด่นขึ้นมาทันที ว่าแล้วก็ลองไปชมไอเดียเหล่านั้นกันเลยดีกว่าค่ะ 

     

    1. แต่งกระถางต้นไม้สุดสวยจากลายผ้า

    เลือกลวดลายผ้าแพทเทิร์นสวยๆ ตามใจชอบ แล้วตัดผ้าให้ได้ขนาดตามกระถางที่จะใช้ แล้วเว้นส่วนของผ้าด้านบนให้สามารถพับเป็นขอบกระถางได้ จากนั้นทากาวลงบนกระถางให้ทั่ว แล้วนำผ้าที่ตัดไว้มาพันรอบกระถาง ทิ้งให้กาวแห้ง เท่านี้ก็จะได้กระถางต้นไม้่สวยหวานจากลายผ้าแล้วค่ะ

     

    2. แต่งแต้มกระถางด้วยสีสันสวยงาม

    เพียงแค่เอาสีมาแต่งแต้มสีสัน หรือลวดลายตามใจชอบลงบนกระถางที่ต้องการใช้ปลูกต้นไม้ ให้เกิดความสวยงาม สดชื่นมากขึ้น

     

    3. แต่งกระถางด้วยกระเบื้องโมเสค

    เอากระเบื้องโมเสค แผ่นซีดี หรืออื่นๆ มาแต่งแต้มลวดลายให้กับกระถาง ตามแต่ที่ใครจะจินตนาการเลยค่ะ มันก็จะออกมาดูเป็นแบบแนวอาร์ตๆ ชิคๆ สวยๆ ไปอีกแบบเหมือนกันนะคะ 

     

    4. แต่งกระถางด้วยผ้าลายลูกไม้

    หากใครมีผ้าลูกไม้สวยๆ แสนหวานเก็บอยู่ในตู้ แล้วไม่เคยได้หยิบมาใช้ ลองนำมาตกแต่งกระถางต้นไม้ของคุณดูก็ได้นะคะ เพียงแค่ติดผ้าลูกไม้ลงบนกระถางต้นไม้ เพิ่มความวินเทจให้กับบ้านแบบง่ายๆ แถมยังสวยดีอีกด้วยนะคะ

     

    5. แต่งกระถางด้วยการหยดสี

    เพียงแค่นำสีมีหยดลงในถังที่มีน้ำเปล่าเตรียมไว้ จะหยดกี่สีก็ได้ตามใจต้องการะ แล้วนำกระถางที่เตรียมไว้จุ่มลงในถังที่เราหยดสีไว้ หรือเทสีลงบนกระถางเลยก็ได้ค่ะ เป็นการสร้างลายให้กระถางแบบง่ายๆ และมีสีสันสดใส สวยงาม 

     

    การสร้างสรรค์ให้กระถางธรรมดา เป็นกระถางต้นไม้ที่สวยงาม น่ารัก สีสันสดใส ก็ทำให้บ้านเรามีชีวิตชีวา สดชื่นได้ และมีของสวยๆ มาประดับบ้าน แถมยังเป็นกิจกรรมยามว่างสำหรับครอบครัวในช่วงวันหยุดอีกด้วยค่ะ

     

  •         เครื่องมือช่างเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ที่ควรมีติดไว้ในบ้าน หากบ้านเรามีของในบ้านพังเล็กๆน้อย ก็สามารถซ่อมแซมได้ทันที

    โดยไม่ต้องพึ่งช่าง หรือเสียเงินในการซื้อใหม่

     

     

  • ปัญหารอยร้าวที่เกิดขึ้น ของบ้าน ที่พบเจอกันบ่อยๆ ที่เกิดขึ้นจริงๆแล้วเป็นอันตรายหรือไม่ วันนี้เรามีประเภทของรอยร้าวแต่ละประเภทมาฝากกัน

    1.รอยร้าวเสาเอ็น- ทับหลัง

    ส่วนมากจะเป็นที่หน้าต่างไม้ เพราะเป็นวัสดุที่มีความยืดหดตัวเมื่ออุณหภูมิและความชื้นมีความเปลี่ยนแปลง

     ทำให้ปูนที่ฉาบไว้เกิดรอยร้าวได้ ไม่เป็นอันตรายมาก

    2.ผนังแตกลายงา

    เกิดจากการผสมปูนฉาบที่ไม่ได้คุณภาพ หรือผนังที่ก่อไว้เกิดการหดตัวจากอุณหภูมิจึงทำให้ปูนฉาบเกิดเป็นรอยไม่อันตรายไม่มีผลต่อโครงสร้าง

     

    3.รอยร้าวที่รอยต่อระหว่างผนังกับเสาและคาน

    เกิดจากเวลาก่อสร้างไม่ได้ทำการเสียบเหล็กหนวดกุ้ง เพื่อทำการยึดเกาะกับเสา หรืออาจจะเสียบเหล็กหนวดกุ้งไม่แน่นพอ ทำให้เกิดรอยร้าว

    4.รอยแตกลายงาที่พื้น

    เกิดจากพื้นที่ไม่ได้ปูวัสดุปิดผิวเช่น คอนกรีตขัดมัน เพราะคอนกรีตมีความหนามากเกินไป ทำให้เกิดรอยแตกลายงาได้ แต่ไม่ทำให้เกิดอันตราย ควรปูวัสดุปิดผิวทับไปเช่นกระเบื้องยาง

    5.รอยร้าวแนวดิ่งบนผนัง

    เป็นรอยร้าวที่พื้นแอ่นตัวและคานรับน้ำหนักมากเกินไป หากเกิดรอยร้าวประเภทนี้ ให้เช็คดูว่ามีของที่มีน้ำหนักมากอยู่ตรงนั้นไหม หากมีให้ทำการย้ายไปทันทีเพื่อช่วยลดน้ำหนักตรงนั้น

     

    6.รอยร้าวที่มีสนิมเหล็กเสริมใต้พื้น

    เกิดจากพื้นดาดฟ้ามีน้ำขังจนทำให้ซึมเข้ามาที่เหล็กภายในพื้นคอนกรีต ทำให้เกิดสนิม  ขยายตัวทำให้คอนกรีตที่หุ้มเหล็ก ร่วงออกมาทำให้พื้นไม่สามารถรับน้ำหนักมากๆได้

    7.รอยร้าวทแยงมุมบนผนัง

    สาเหตุมาจากฐานรากมีการทรุดตัว โครงสร้างบ้านไม่แข็งแรง ควรรีบให้วิศวกรมาดูโดยด่วนเพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้

     

    8.รอยร้าวใต้ท้องพื้นรูปกากบาทบริเวณกลางพื้น

    สาเหตุมาจากพื้นด้านบนได้รับน้ำหนักมากจนเกินไปที่จะรับน้ำหนักได้ ควรรีบแก้ไขก่อนพื้นจะถล่มลงมา

    9.รอยร้าวตามขอบและคานพื้น